ทดสอบลง MAiG

posted on 31 Oct 2010 22:53 by featherlight in MAiG
ทดสอบลงฟิคหน่อยครับ เอามากจาก Reply ของผมใน Tirkx เอง  เผื่อว่าอนาคตจะเอาฟิคมาฝากเก็บไว้ที่ exteen มั่ง Foot in mouth
 
-------------------------------------------
 
Spell 17 Part II ~การต่อสู้และเจ้าหญิงสีขาว~ 

“คุณพี่「ธิดาแห่งซิส」” 

เรจิน่าเอ่ยแบบไม่ค่อยเดือดเนื้อร้อนใจ มุมปากเหยียดออกเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์, ขณะเดียวกัน จิคาเงะก็ชะงักไป สีหน้าของหญิงสาวไม่แสดงอารมณ์ หากแต่ดวงตาทั้งสองก็บ่งบอกถึงความแปลกใจของเธอได้เป็นอย่างดี 

“.....รู้ด้วยอย่างนั้นหรือ.....ตั้งแต่เมื่อไรล่ะ?” 

“ฮิ ฮิ...จริงๆก็สงสัยมาตั้งแต่ตอนที่คุณพี่รู้เรื่องของพวกหนูแล้วล่ะค่า~ ถึงเพลงดาบ Air Caliber จะไม่ใช่ความสามารถที่ท่านเบฮีมอสประทานให้ก็จริง แต่ด้วยพันธะของท่านเบฮีมอส มันก็ไม่ใช่ความสามารถที่คนอื่นจะมาควบคุมได้หรอกค่ะ, ไม่มีทางเลย...เว้นเสียแต่ว่า.....จะเป็นความสามารถระดับเทพมารประทานเหมือนกัน, และเทพมารแห่งนภาผู้ควบคุมสายลมนั้น.....”

“ก็คือ「ท่านซิส」....เธอจะบอกว่าอย่างนั้นสินะ?” 

“ช่ายค่า~ ไม่มีคนอื่นแล้วล่ะ” เด็กสาวพูดพลางหลับตา สีหน้าให้ความรู้สึกเหมือนว่ากำลังรู้สึกสบายใจเป็นล้นพ้น “ถึงจะพ่ายแพ้, แต่ได้รู้ว่าคู่ต่อสู้เป็น「ธิดาแห่งซิส」ที่หายสาบสูญไปแบบนี้ ก็ยังดีกว่าความลับรั่วไหลเป็นร้อยเท่าเลยล่ะค่า~” 

“เธอนี่พิลึกดีนะ....ทั้งที่เป็นตัวแทนของท่านเบฮีมอสผู้แสนทระนงแท้ๆ....” มือขวาของจิคาเงะกำรอบด้ามหอกสีส้มหลังวิจารณ์แบบเสียดสีเล็กน้อย หญิงสาวกระชากหอกขึ้นจากพื้นอย่างแรงจนเศษหินบางส่วนลอยติดขึ้นมาด้วย หินก้อนเล็กก้อนน้อยกระเด็นโปรยปรายลงบนตัวเรจิน่าอีกระลอกหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกเจ็บอะไรมากมายนัก “หรือจะพูดว่า...ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้วดีล่ะ....ยังไงซะ, นี่ก็คงจะเป็นเส้นทางของกงล้อแห่งโชคชะตา....” 

“นั่น....ตำนาน Arena of Judgment เหรอคะ...เรื่องนั้นพวกหนูเองก็ร่ำเรียนมาเหมือนกันนะค้า~” 

คิ้วของจิคาเงะเลิกสูงขึ้นเล็กน้อย แต่ยากที่จะบอกได้ว่าหญิงสาวกำลังคิดอะไรอยู่ 

“ถ้าอย่างนั้น....เธอก็น่าจะรู้ไม่ใช่หรือ, ว่าผู้ชนะในการประลองจะได้รับอะไร และจะมีผลกระทบยังไงบ้าง?” 

“....กฎของ Arena of Judgment, ผู้ชนะการประลองระหว่างธิดาแห่งเทพมารจะได้รับพรจากเทพมารผู้เป็นมารดาของคู่ต่อสู้ และเทพมารฝั่งผู้ชนะจะได้รับสิทธิการต่อรองพื้นที่ปกครองของโลกมารเพิ่มขึ้น....” 

“เธอก็รู้นี่....แล้วยอมปล่อยตัวแพ้ง่ายๆแบบนี้มันสมควรแล้วหรือ?” 

“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ, หนูโดนท่านพี่เอมี่ว่าจนชินซะแล้วล่ะค่า~” 

เรจิน่ายิ้มหน้าตาเฉย ทั้งใบหน้าและน้ำเสียงดูไม่เดือดเนื้อร้อนใจ จนจิคาเงะถึงกับถอนหายใจและส่ายหัวอย่างปลงตก, มือซ้ายของหญิงสาวก็กำรอบด้ามหอกอีกเล่มหนึ่ง สายตาของเธอมองเรจิน่าอย่างชั่งใจก่อนจะดึงหอกสีดำขึ้นมาจากเงาของเด็กสาว น่าแปลกที่ครั้งนี้กลับไม่มีเศษหินกระเด็นติดขึ้นมาด้วยเหมือนเคย 

“.....ทำไม?” 

“ก็มันจะดูไม่ค่อยยุติธรรมน่ะสิ, เธอแพ้โดยที่ไม่รู้ว่าฉันเองก็เป็นธิดาแห่งเทพมารแบบนี้....” 

“ธรรมเนียม Arena of Judgment มันก็เป็นแค่นิยายปรัมปราไม่ใช่เหรอค้า~? คุณพี่ไม่เห็นจะต้อง....” 

“แล้วเธอคิดหรือ....ว่ามันเป็นแค่นิยายปรัมปราจริงๆน่ะ.....” 

เด็กสาวมองหน้าอีกฝ่ายด้วยความสงสัย แต่จิคาเงะก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ 

“ยังไงซะ, เธอเองก็ควรจะเอาจริงได้แล้ว....เพราะว่าฉันเองก็จะไม่ออมมือเหมือนกัน” พูดจบ จิคาเงะก็ควงหอกสั้นสีดำอย่างรวดเร็วด้วยมือซ้ายแล้วชี้มันไปทางเรจิน่า เด็กสาวจ้องมองดวงตาสีม่วงอมแดงอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงตอบรับสัญญาณจากอีกฝ่าย เส้นผมและดวงตาของเด็กสาวเปลี่ยนจากสีเขียวกลับเป็นสีเหลืองทองในอึดใจ เรจิน่ากางฝ่ามือออก และดาบรัตนะเจียระไนซึ่งตกอยู่ไม่ไกลก็ลอยกลับเข้าสู่มือขวาของเธออย่างสวยงาม 

“ถ้าคุณพี่พูดถึงขนาดนั้นล่ะก็, เดี๋ยวหนูจะสนองให้ตามต้องการก็ได้นะค้า~” 

“「ธิดาแห่งเบฮีมอส」....มันต้องแบบนั้นสิ....” 

เคร้ง!!! 

หอกสีส้มความเร็วสูงถูกดาบของเรจิน่าปัดทิ้งไปได้ และเรจิน่าก็แทงดาบรัวกลับไปอย่างรวดเร็ว จิคาเงะหมุนตัวถอยหลังพร้อมกับตวัดหอกในมือซ้ายป้องกันเป็นพัลวัน, แม้การต่อสู้จะพึ่งเริ่ม หากแต่หญิงสาวทั้งสองก็ประอาวุธกันรวดเร็วเกินกว่าที่มนุษย์ธรรมดาจะมองตามได้ทัน เรจิน่าแทงดาบเร็วเสียจนดูราวกับว่าดาบของเธอแยกออกเป็นหลายแฉก แต่จิคาเงะก็ใช้หอกเล่มเดียวป้องกันได้อย่างเหนือชั้น เด็กสาวกระหน่ำโจมตีอยู่ครู่หนึ่งก็ถูกจิคาเงะแทงหอกสั้นสวนกลับมา ทว่าเรจิน่าก็แทงดาบสวนออกไปโดยไม่หลบ 

เปรี้ยง!!! 

ปลายดาบคาทานะปะทะปลายหอก, แม้จุดกระทบจะเล็กดุจปลายเข็ม ทว่าแรงปะทะที่เกิดขึ้นกลับหนักหน่วงจนคู่ประลองทั้งสองถึงกับกระเด็นออกจากกัน จิคาเงะตั้งหลักได้ก่อนก็ทิ้งหอกสั้นพร้อมกับซัดหอกยาวออกไปสุดแรง เรจิน่าตวัดดาบกลับมาป้องกันได้ทันแต่ก็ไม่สมบูรณ์นัก หอกนั้นพุ่งมาด้วยความเร็วและความแรงที่สูงมากจนเด็กสาวถึงกับเสียหลัก จิคาเงะกระโดดตีลังกาไปข้างหน้า คว้าหอกที่ลอยกลับมาแล้วเหวี่ยงหอกนั้นใส่เรจิน่าด้วยสองมือ เด็กสาวกระโดดถอยหลังหลบแบบเฉียดฉิว ส่งผลให้ปลายหอกฟาดลงกับพื้นอย่างรุนแรง เศษดินกระจุยกระจายเป็นหลุมใหญ่ 

เรจิน่าเสียหลักอีกหนจนกระเด็นลงไปนอนหงายหลังอยู่กับพื้น เปิดโอกาสให้จิคาเงะโจมตีอย่างต่อเนื่อง หญิงสาวหมุนตัวด้วยความรวดเร็วพลางเงื้อหอกฟาดลงไปเต็มเหนี่ยว กระทบกับดาบของเรจิน่าที่ถูกยกขึ้นมาป้องกันด้วยสองมือเสียงดังสนั่น ทว่าพละกำลังของจิคาเงะกลับเหนือกว่าเรจิน่าที่เป็นเผ่ามารอย่างไม่น่าเชื่อ, เกิดรอยร้าวขึ้นที่พื้นใต้ตัวเรจิน่าจากแรงกดมหาศาล แต่เธอก็ยังต้านทานเอาไว้จนได้ เด็กสาวสบโอกาสใช้เท้าถีบจิคาเงะกระเด็นออกไป ทำให้เธอมีโอกาสได้ลุกขึ้นมาตั้งหลักอีกครั้ง 

“อะไรจะพลังรุนแรงขนาดนั้นค้า คุณพี่~, หยั่งกับอานี่จังเลยนะค้า~” 

“แล้วไม่เคยได้ยินหรือ? ที่เค้าว่าดาบนั้นแพ้หอกน่ะ?” จิคาเงะว่า มือลูบท้องตรงจุดที่ถูกสองเท้าของเรจิน่าถีบ ดูท่าเธอจะเจ็บตัวจากการโจมตีของเรจิน่าอยู่บ้าง 

“แหม~ สำนวนนั่น พวกหนูเคยได้ยินอยู่แล้วล่ะค่า~” เรจิน่าพูดพลางก็ปัดฝุ่นออกจากชุดไปพลางๆ เธอดูจะไม่ร้อนใจกับข้อเสียเปรียบด้านพละกำลังของตัวเองนัก, เด็กสาวดีดนิ้วด้วยมือซ้ายที่ว่างอยู่ ทันใดนั้น ละอองทรายตามพื้นก็ลอยตัวขึ้นและรวมตัวกลายเป็นจักรจำนวนมาก พวกมันบินวนอยู่รอบๆตัวเรจิน่า พร้อมที่จะเคลื่อนไหวตามคำสั่งของเด็กสาวได้ในทุกเมื่อ “แต่คุณพี่ก็น่าจะรู้อยู่....ดาบที่ชนะหอกได้มันก็มีเหมือนกันนะค้า~” 

“งั้นหรือ? แต่มันก็ถูกของเธอนั่นแหละนะ....” คิ้วของจิคาเงะเลิกขึ้นเล็กน้อยอย่างท้าทาย ระหว่างที่สายตาของเธอค่อยๆกวาดมองตามจักรจำนวนมากที่ลอยวนอยู่รอบตัวของเรจิน่า หญิงสาวถือหอกด้วยมือขวาแล้วกางแขนซ้ายออกไป คว่ำฝ่ามือลง ทันใดนั้น เงาของเธอก็เกิดการกระเพื่อมคล้ายผิวน้ำขึ้นก่อนที่วัตถุลักษณะเรียวยาวจะค่อยๆลอยทะลุผิวเงาขึ้นมาอย่างช้าๆ, จิคาเงะจับด้ามหอกสีดำที่เธอทิ้งไปตอนเข้าโจมตีเรจิน่าเมื่อก่อนหน้านี้เอาไว้ แล้วกระทุ้งด้ามหอกนั้นลงกับพื้นเบาๆ เงาของเธอกลับคืนสู่สภาพเดิมอีกครั้ง “สมกับเป็น「ธิดาแห่งเบฮีมอส」จริงๆเลยนะ ความสามารถนั่น....เธอคิดว่าด้วยจักรทรายพวกนั้น จะเอาชนะฉันได้อย่างนั้นหรือ?” 

“ก็แล้วแต่คุณพี่จะคิดล่ะค่า~ แต่ว่าหนูเองก็จะเริ่มเอาจริงบ้างล่ะนะค้า~” เรจิน่าพูดเสียงสบายอารมณ์ก่อนจะยกแขนซ้ายชูนิ้วชี้ขึ้น และเมื่อนิ้วของเด็กสาวเหยียดขึ้นจนสุด จักรทั้งหมดก็เริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลง ความเงางามปรากฏขึ้นโดยเฉพาะตามเหลี่ยมหรือขอบมุม จากสีเหลืองทองอร่ามของทรายก็ค่อยๆกลายสภาพเป็นสีโปร่งใสสะท้อนแสงอย่างช้าๆ “「ธิดาแห่งซิส」เองหลังจากที่หายตัวไป, ดูเหมือนว่าจะไปเรียนวิชาอะไรแปลกๆมาเหมือนกันนะค้าเนี่ย~” 

“หึ....อยากลองดูไหมล่ะ” 

ว่าแล้ว จิคาเงะก็ยกแขนขวาขึ้นมาทางด้านหน้า เธอควงหอกยาวอย่างรวดเร็วราวกับกังหันด้วยมือข้างเดียวก่อนจะสะบัดแขนขวาลงมาข้างลำตัว สลับกับแขนซ้ายซึ่งยกหอกสีดำชี้ไปที่เรจิน่า, เด็กสาวตอบรับด้วยการยิ้มสะใจ เธอเองก็จับดาบด้วยสองมือแล้วยกขึ้นทางด้านหน้าอย่างช้าๆ ปลายดาบสะท้อนแสงเป็นประกาย ชี้สวนกลับไปที่หน้าผากของจิคาเงะอย่างไม่เกรงกลัว 

“คุณพี่ว่ายังไงก็เอาตามนั้นแหละค่า~” 

เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! 

เด็กสาวพูดพร้อมตวัดดาบ จักรแก้วทั้งหมด 10 ชิ้นก็พุ่งออกไปทันที, จิคาเงะย่ำเท้าหันไหล่ขวาไปข้างหน้าพร้อมกับกระหน่ำแทงหอกในมือขวาออกไป เกิดเสียงกระทบดังขึ้นถี่ยิบเมื่อคมหอกของจิคาเงะกระทบจักรที่พุ่งเข้าใส่อย่างแม่นยำโดยไม่มีพลาด, จักรทั้งหมดถูกสกัดเอาไว้ แต่พวกมันก็หวนกลับมาโจมตีอีกเหมือนบูมเมอร์แรง การโจมตีดำเนินต่อไปอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ทำให้จิคาเงะต้องเปลี่ยนวิธีรับมือกะทันหัน เธอก้าวถอยหลังพลางหมุนตัวอย่างรวดเร็ว ใช้หอกสองเล่มช่วยกันปัดป้องจักรของเรจิน่าอย่างคล่องแคล่ว, ฝ่ายหญิงสาวก็ป้องกันอย่างใจเย็น ค่อยๆถ่วงเวลาจนกระทั่งจังหวะโจมตีของจักรทั้งหมดตรงกัน 

“บัลลังก์จักรพรรดิเงา -「ตรวนเงา」!!!” 

จิคาเงะตะโกนแล้วปักหอกสีดำลงกับพื้นเพียงไม่กี่วินาทีก่อนที่จักรทั้ง 10 จะถึงตัวเธอ, ตราอาคมรูป 8 เหลี่ยมสีดำขนาดใหญ่เต็มไปด้วยอักขระแปลกตาปรากฏขึ้นใต้เท้าของหญิงสาวก่อนที่พลังเวทย์จะพุ่งพล่านขึ้น เงาดำลักษณะคล้ายโซ่จำนวนนับสิบก็พุ่งออกมาจากวงเวทย์ของจิคาเงะ และตรึงจักรแก้วทั้งหมดเอาไว้อยู่หมัด, จิคาเงะดูเหมือนจะเป็นฝ่ายคุมสถานการณ์ ทว่าจู่ๆก็เกิดรอยแตกร้าวที่พื้นเป็นรูปวงกลมรอบตัวหญิงสาว ทันใดนั้น เสาหินทรงโค้งขนาดใหญ่จำนวนมากก็พุ่งทะลุพื้นขึ้นมาตามรอยแยกนั้น จิคาเงะดึงหอกดำขึ้นจากพื้นแต่ไม่ทันการ กรงหินเชื่อมต่อกันเป็นรูปโดมขังหญิงสาวเอาไว้ก่อนที่เธอจะทันได้ตอบสนอง, เรจิน่าเห็นอย่างนั้นก็ได้ใจ รีบกระโจนมายืนตรงหน้าโดมหินทันที 

“คุณพี่พลาดซะแล้วล่ะค่า~ คนที่ถูก「Petrifier Circle」นี้ปิดล้อม จะค่อยๆถูกไอคำสาปที่อยู่ด้านในกัดกินจนกลายเป็นหินไปทั้งตัวเลยล่ะค่า~ ต่อให้มีพลังกล้าแกร่งขนาดไหน แต่โดมนี้ก็ไม่มีช่องว่าง, ถ้าไม่แน่จริงก็ไม่มีทางรอดหรอกนะค้า~” เด็กสาวพูดอย่างเริงร่า ดวงตาสีเหลืองทองกลมโตอย่างไม่ค่อยปกตินักสำหรับคนธรรมดา เรจิน่าเฝ้ามองโดมหินของตัวเองอย่างใจจดใจจ่อเหมือนเด็กที่ทำการทดลองวิทยาศาสตร์เป็นครั้งแรก ไม่มีสิ่งใดเล็ดลอดออกมาเหมือนกับที่เธอพูดเอาไว้ไม่มีผิด 

วินาทีแล้ว วินาทีเล่า....เวลาค่อยๆผ่านไปในความเงียบ จนเกือบครบหนึ่งนาทีก็ยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลง เรจิน่ายิ้มกริ่มด้วยความพอใจ, ไม่ว่ายังไงเธอก็เป็นผู้ชนะแล้วอย่างแน่นอน แถมยังเป็นชัยชนะที่มีต่อ「ธิดาแห่งเทพมาร」ด้วยกันเสียด้วย.... 

ครึ่ก...ครึ่ก...ครึ่ก... 

เสียงสั่นสะเทือนลบรอยยิ้มออกไปจากใบหน้าของเด็กสาวแทบจะในทันที เรจิน่าค่อยๆก้าวหลังพลางยกดาบขึ้นเหมือนรู้ว่ามีอะไรบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น 

ตูมม!!! 

เศษหินปลิวว่อนเมื่อโดมหินถูกระเบิดออกมาจากด้านในอย่างรุนแรง เกิดสายลมพุ่งพล่านไปรอบๆราวกับพายุคลั่ง, เรจิน่าสับสะเก็ดหินที่ตรงเข้าใส่อย่างรวดเร็วด้วยดาบในมือ ทว่าวัตถุบางอย่างที่ไม่ใช่หินก็พุ่งแทรกออกมาอย่างกะทันหันจนเด็กสาวตั้งตัวแทบไม่ทัน เรจิน่าตวัดดาบกลับมาป้องกันได้ แต่ถูกกระแทกจนถอยหลัง เศษหินที่เหลือก็กระหน่ำอัดทั่วร่างของเด็กสาวราวกับปืนกล เด็กสาวเซถอยหลังจากแรงกระแทกหลายสิบครั้ง สมองของเธอแทบหมุนติ้ว จึงไม่รับรู้ถึงสิ่งกำลังจะตามมาเลยแม้แต่น้อย, จิคาเงะคว้าหอกสีส้มที่ขว้างใส่เรจิน่าในตอนแรกกลับมาก่อนจะทิ้งหอกสีดำลงพื้น เธอควงหอกยาวลงมาด้านข้างลำตัว เกิดพายุหมุนขนาดเล็กก่อตัวขึ้นรอบหอกความยาวเกือบ 2 เมตรอย่างรวดเร็ว 

“「Storm Break」!!!” 

หญิงสาวเงื้ออาวุธไปด้านหลังจนสุดแขนแล้วฟาดเข้าไปที่ช่วงท้องของเรจิน่าเต็มแรง เสื้อผ้าขาดกระจุยในพริบตาเมื่อถูกสายลมบ้าคลั่งเข้าปะทะ ผิวบริเวณหน้าท้องกลายเป็นรอยยุบและบิดไปมาจากแรงของพายุ ร่างของเด็กสาวเริ่มงอไปด้านหลังตามแรงอัดราวกับภาพ slow motion ทั้งที่เวลาก็ไม่ได้ถูกหน่วงเอาไว้, ดวงตาของเรจิน่าค้างนิ่งขณะที่แรงปะทะก็รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จิคาเงะกัดฟันกรอด มือทั้งสองกำแน่นอยู่รอบด้ามหอก แขนของเธอสั่นระริกด้วยแรงต้านจากตัวเรจิน่า 

“คึ...! พลังแฝงของ「ธิดาแห่งเบฮีมอส」งั้นหรือ?? ทว่า...!!” 

สิ้นเสียงของจิคาเงะ หอกยาวก็เป